วันที่นำเข้าข้อมูล 9 ก.ย. 2562

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 มิ.ย. 2565

 

คำแนะนำนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจไทยสำหรับการเดินทางไปสาธารณรัฐมาดากัสการ์

(จัดทำ ณ วันที่ 12 ก.พ. 2552 โดย สกญ. ณ กรุงอันตานานาริโว)

ข่าวสำคัญ – เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2552 มีกลุ่มผู้ประท้วงกว่า 20,000 คนได้รวมตัวกันด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออกและกดดันให้ทหารที่รักษาการอยู่ด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปด้านในทำเนียบ ภายหลังการหารือระหว่างสองฝ่ายล้มเหลว ทำให้ฝ่ายทหารยิงกลุ่มผู้ชุมนุม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 30 ราย และบาดเจ็บกว่า 200 คน

ภูมิหลัง – นายกเทศมนตรีกรุงอันตานานาริโวเป็นผู้นำขับไล่ประธานาธิบดี โดยเริ่มการชุมนุมประท้วงตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 เป็นต้นมา การประท้วงครั้งใหญ่ในวันที่ 26 ม.ค. 2552 กลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนได้บุกรุกเข้าไปขโมยสินค้าและเผาร้านค้าขนาดใหญ่ที่เป็นกิจการของประธานาธิบดี และลุกลามไปจนถึงเมืองต่างๆ นอกกรุงอันตานานาริโว นอกจากนี้ ร้านค้าขนาดใหญ่ในกรุงอันตานานาริโวต่างถูกปล้นและเผาหลายแห่ง ต่อมาในวันที่ 31 ม.ค. 2552 นายกเทศมนตรีกรุงอันตานานาริโวได้ประกาศตัวต่อหน้าผู้ชุมนุมว่านับตั้งแต่นี้ ตนจะเป็นผู้นำรัฐบาลและจะสั่งการคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ รวมถึงทหารที่จะต้องฟังคำสั่งจากตนแทนประธานาธิบดี ทำให้ประธานาธิบดีมีคำสั่งปลดนายกเทศมนตรีกรุงอันตานานาริโวออกจากตำแหน่งต่อมา การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มประท้วงจึงได้เกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 7 ก.พ. 2552 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าวข้างต้น

สถานการณ์ปัจจุบัน -  สถานการณ์การเมืองในมาดากัสการ์ยังคงมีความเปราะบางและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รวมทั้งการที่กลุ่มผู้ประท้วงได้ประกาศชุมนุมต่อเนื่องจนกว่าจะได้รับชัยชนะ จึงยิ่งทำให้มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีก ดังนั้น สถานกงสุลใหญ่ ณ กรุงอันตานานาริโวจึงขอแนะนำให้คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปมาดากัสการ์ให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ในมาดากัสการ์ ทั้งในกรุงอันตานานาริโวและเมืองใหญ่อื่นๆ จะมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ดี สำหรับคนไทยที่ยังคงอาศัยอยู่ในมาดากัสการ์ขณะนี้ ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ชุมนุมและห้ามออกนอกบริเวณที่พักในยามค่ำคืน เพราะรัฐบาลมาดากัสการ์ยังบังคับใช้ประกาศ curfew ระหว่างเวลา 20.00 น. จนถึง 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เพื่อป้องปรามการจี้ปล้นร้านค้าและเหตุจราจลในช่วงค่ำ

ข้อสนเทศทั่วไป – มาดากัสการ์ปกครองตามระบบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี ทำหน้าที่เป็นทั้งประมุขและบริหารประเทศ ประชาชนทั้งประเทศกว่าร้อยละ 70 ยังยากจน (มีรายได้ต่ำกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน) ทำให้มาดากัสการ์ต้องพึ่งพาเงินและความช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นหลัก และแม้ว่ารัฐบาลได้เปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ภายในยังมีปัญหาคอรัปชันและประชาชนไม่ได้รับการศึกษาที่ได้มาตรฐาน

การเข้าเมือง – ชาวไทยที่เดินทางไปมาดากัสการ์ต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุเกิน 6 เดือน รวมทั้งต้องขอรับการตรวจลงตราหรือวีซ่าล่วงหน้า โดยติดต่อและขอรับข้อมูลได้ที่สถานกงสุลมาดากัสการ์ประจำประเทศไทย (www.consulmada-th.org)

ความปลอดภัยและอาชญากรรม – สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในปัจจุบันทำให้นักท่องเที่ยวต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีกลุ่มที่ฉวยโอกาสในภาวะไม่สงบเช่นนี้ออกมาก่อกวนและปล้นทรัพย์สินตามร้านค้าและที่สาธารณะอื่นๆ เช่น รถประจำทางทั้งที่วิ่งในเมืองและระหว่างเมือง โดยเฉพาะสถานที่เป้าหมายที่มีทรัพย์สิน อาหาร และเครื่องใช้จำเป็น เนื่องจากกลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มคนยากจนที่ต้องการข้าวของเครื่องใช้เพื่อประทังชีวิต แม้รัฐบาลจะได้เพิ่มจำนวนทหารและตำรวจตามจุดสำคัญๆ แล้วก็ตาม

ภัยพิบัติธรรมชาติ – ขณะนี้มาดากัสการ์อยู่ระหว่างฤดูฝนซึ่งมีพายุไซโคลนพัดผ่านระหว่างเดือน ม.ค. – มี.ค. ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปมาดากัสการ์สามารถติดตามรายงานสภาพอากาศเกี่ยวกับพายุไซโคลนได้ที่เว็บไซต์ http://severe.worldweather.wmo.int/tc/swi สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปมาดากัสการ์ในช่วงที่มีการก่อตัวของพายุไซโคลน เนื่องจากความรุนแรงสามารถทำลายระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ เช่น ถนน อาคารบ้านเรือน ระบบสื่อสาร รวมทั้งเที่ยวบินต่างๆ อาจยกเลิกโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สาธารณสุข –มาดากัสการ์ไม่มีโรคระบาดในระยะนี้ การเดินทางไปมาดากัสการ์ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่อาจพบโรคมาลาเรียได้ตามชนบท โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าดิบชื้นซึ่งอยู่ด้านตะวันออกของประเทศ อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังตัวในเรื่องอาหารที่อาจไม่ถูกสุขลักษณะ และควรนำยารักษาโรคประจำตัวติดตัวไปด้วยเสมอ เนื่องจากโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานมีจำกัดในกรุงอันตานานาริโว ดังนั้น ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างเดินทางในมาดากัสการ์ไว้ด้วย

การติดต่อสถานกงสุลใหญ่ฯ – สอบถามข้อมูลเฉพาะเรื่องและคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่[email protected] หรือโทรศัพท์ (+261) 20 225 5626 (เวลาราชการ), (+261) 33 078 6877 (นอกเวลาราชการ) หรือเว็บไซต์ http://www.thaiembassy.org/antananarivo

****************************************************

คำแนะนำทั่วไปและข้อมูลสำหรับการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมสำหรับผู้เดินทางไปมาดากัสการ์

- รู้จักอดทน คนมาลากาซีจะมีใช้ชีวิตเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ภาษามาลากาซีจะพูดว่า mora mora (มูร่า มูร่า) แปลว่า ช้าๆ เรื่อยๆ เช่น การรอใช้บริการที่ธนาคาร (อาจใช้เวลาเป็นวัน) การติดต่อราชการ หรือการรอขึ้นเครื่องบิน (ไม่เป็นไปตามกำหนด อาจล่าช้าหลายชั่วโมง หรือยกเลิกเที่ยวบิน) ดังนั้น ควรวางแผนและเผื่อเวลาไว้

 

- ชาวมาลากาซีน้อยคนที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ (ใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว) ควรมีคู่มือประโยคภาษาฝรั่งเศสที่ต้องใช้บ่อยๆ ติดตัวไว้ ซึ่งนอกจากจะใช้สอบถามข้อมูลต่างๆ แล้ว ยังจะสร้างความประทับใจและผูกมิตรกับคนท้องถิ่นได้อย่างดี เนื่องจากชาวมาลากาซีโดยพื้นฐานแล้วเป็นคนสุภาพและเป็นมิตร

- ช่วงเวลาเดินทางที่ดีที่สุดคือ เม.ย. หรือระหว่าง ต.ค. – พ.ย.  ในช่วงหน้าหนาวอุณหภูมิจะลดต่ำมาก อาจถึง 5 องศาเซลเซียสในกรุงอันตานานาริโว (ระหว่าง พ.ค – ต.ค.) สำหรับ ม.ค. –มี.ค. ให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง เนื่องจากฝนตกหนัก มีพายุไซโคลน สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและส่งก่อสร้าง ถนนขาดในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ดี สภาพอากาศในมาดากัสการ์จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ จึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนเดินทาง

- โรงแรมที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวจะมีราคาสูงและนักท่องเที่ยวมากในช่วง ก.ค. – ส.ค. และช่วงฉลองเทศกาลคริสต์มาส เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

- หากเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล ให้ระวังไข้มาลาเรีย อย่าให้ยุงกัด ดื่มน้ำสะอาดจากขวด ไม่ควรดื่มน้ำประปา

- เลือกทานอาหารในร้านที่สะอาด อาหารข้างทางมีความเสี่ยงสูง

- สถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดอยู่นอกกรุงอันตานานาริโว และแต่ละแห่งมีระยะทางห่างกัน ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน เนื่องจากสภาพถนนขรุขระและเป็นดินลูกรัง นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จึงเลือกโดยสารเครื่องบินซึ่งสะดวกกว่าแต่มีราคาแพง เนื่องจากเชื้อเพลิงมีราคาสูง (เมื่อเทียบกับการบินภายในประเทศของไทย)  

- สถาบันครอบครัวมีความสำคัญมาก สมาชิกมีจำนวนมาก

 

- ชาวมาลากาซีให้ความเคารพบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วอย่างมาก และยังถือเป็นสมาชิกที่สำคัญที่สุดและเป็นที่เคารพของครอบครัว ที่บ้านจะติดรูปซึ่งมีบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วถ่ายรวมอยู่ด้วยกัน เพื่อเป็นการให้ความเคารพบรรพบุรุษ บางพื้นที่จึงมีข้อห้าม เช่น ผิวปาก/ส่งเสียงดังตามชายหาด เดินผ่านต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ รับประทานเนื้อหมู พูดเกี่ยวกับจระเข้ หรือเล่นน้ำในแม่น้ำ ถึงแม้ชาวท้องถิ่นจะเข้าใจและไม่ถือโทษชาวต่างชาติที่ไม่ทราบ แต่ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังเมื่อผ่านไปในพื้นที่ที่เก็บร่างบรรพบุรุษที่เสียชีวิต

- อาหารมาลากาซีจะมีข้าวเป็นหลัก เนื้อเซบู (คล้ายวัวผสมควาย) เป็นอาหารที่สุดยอดสำหรับชาวมาลากาซี การรับประทานเนื้อหมูเป็นข้อห้ามในบางพื้นที่

- พริกมาลากาซีเผ็ดกว่าพริกป่นของไทยมาก

- เมื่อได้รับเชิญร่วมงานเลี้ยงฉลองของชาวมาลากาซี ควรนำของขวัญ อาจเป็นเงินหรือเหล้าติดตัวไปด้วย ผู้หญิงควรแต่งกายสุภาพ

- ยื่นอาหารหรือเครื่องดื่มให้ โดยใช้มืออีกข้างจับข้อมือด้านที่ถือส่งอาหาร จะสร้างความประทับใจให้กับชาวมาลากาซีเป็นอย่างมาก

- การเทเหล้าเล็กน้อยลงพื้นก่อนดื่มเป็นธรรมเนียมสำหรับมาลากาซี เพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ

- สามารถต่อรองราคาได้เกิน 50% หรืออาจเกิน 100 % ในตลาดสดหรือตลาดของที่ระลึกที่ขายโดยชาวพื้นเมือง ปัจจุบันใช้สกุลเงินอาเรียรีเป็นหลัก แต่ชาวมาลากาซีรุ่นเก่าอาจพูดเป็นฟรังก์มาลากาซี ( 1 อาเรียรี = 5 ฟรังก์มาลากาซี)

- ชาวมาลากาซีเกือบทั้งหมดยากจน มีรายได้ไม่พอใช้ การเสนอให้ความช่วยเหลืออาจคิดค่าตอบแทนในภายหลัง เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นเรื่องใหญ่เนื่องจากมีราคาแพง คนขับรถแท็กซี่จะดับเครื่องหากรถติด (เล็กน้อย) หรือลงเนิน (กรุงอันตานานาโวมีลักษณะเนินเขา) เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง สำหรับค่าโดยสารแท็กซี่ในเมืองหลวงมีราคาสูงกว่าไทยประมาณ 2 เท่าในระยะทางเท่ากัน แต่สามารถต่อราคาได้ โดยใช้วิธีไม่แสดงความสนใจหรือเดินหนี

- ไม่ควรประดับเครื่องแต่งกายมีค่าตามที่สาธารณะ ระวังถูกล้วงกระเป๋าเมื่อเดินผ่านตลาดหรือที่สาธารณะที่มีคนหนาแน่น ไม่ควรเดินตามที่สาธารณะในช่วงค่ำ หากเอกสารสำคัญหรือของมีค่าสูญหายควรรีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ กรุงอันตานานาริโว

                  - การประกอบธุรกิจในมาดากัสการ์ควรในใส่ใจเรื่องกฎหมายแรงงานเป็นพิเศษ เนื่องจากกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างมาลากาซีสูง และลูกจ้างทราบถึงสิทธิที่สามารถฟ้องร้องในจ้างได้เป็นอย่างดี

 

************************************